อีเมล์ :
รหัสผ่าน :
ลืมรหัสผ่าน
ข่าวประชาสัมพันธ์
10อาการปวดที่ไม่ควรเพิกเฉย
9 เมษายน 2569

???? ร่างกายกำลังประท้วง! อย่าปล่อยผ่านความเจ็บปวด เช็กด่วน 10 อาการปวดเตือนภัย ที่คุณไม่ควรเพิกเฉยเด็ดขาด เพราะบางอาการอาจซ่อนโรคร้ายแรงไว้ รีบรู้ทันก่อนสายเกินแก้! ???? ปวดหน้าอก (Chest Pain) ◼️ นอกจากจะปวดร้าวไปที่แขนซ้ายหรือกรามแล้ว บางรายอาจมีอาการแน่นหน้าอกเหมือนมีของหนักมาทับ หายใจไม่อิ่ม เหงื่อแตกเย็นร่วมด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ◼️ ข้อแนะนำ: หากมีอาการเหล่านี้นานเกิน 15-20 นาที ให้รีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที หรือโทรสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ ⚠️ เตือน: อย่านอนพักแล้วหวังว่าจะหายเองเด็ดขาด นาทีทอง (Golden Hour) สำคัญมากสำหรับการรักษาโรคหัวใจ ???? ปวดน่อง (Calf Pain) ◼️ อาการปวดร่วมกับบวม แดง ร้อน อาจเป็นสัญญาณของภาวะหลอดเลือดดำลึกอุดตัน (DVT) ซึ่งอันตรายมากหากลิ่มเลือดหลุดไปตามกระแสเลือดแล้วไปอุดตันที่ปอด (Pulmonary Embolism) ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้ ◼️ ข้อแนะนำ: หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนิ่งๆ เป็นเวลานาน หากต้องเดินทางไกลด้วยรถหรือเครื่องบิน ควรขยับขา ยืดเส้นยืดสาย หรือลุกเดินบ้าง ⚠️ เตือน: ห้ามบีบนวดบริเวณที่ปวดบวมเด็ดขาด เพราะแรงนวดอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดขั้วได้ง่ายขึ้น ???? ปวดฟัน (Toothache) ◼️ อาการปวดตุบๆ รุนแรง ไม่ใช่แค่เรื่องฟันผุ แต่อาจหมายถึงรากฟันอักเสบ หรือมีหนอง หากปล่อยทิ้งไว้ เชื้อแบคทีเรียสามารถทะลุโพรงประสาทฟัน ลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด หรือแพร่กระจายไปยังสมองและคอได้ ◼️ ข้อแนะนำ: ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันและขูดหินปูนทุกๆ 6 เดือน เพื่อจัดการปัญหาก่อนลุกลาม ⚠️ เตือน: การซื้อยาแก้ปวดทานเองบรรเทาได้แค่ชั่วคราว แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อโรคที่เป็นต้นเหตุ ???? ปวดศีรษะรุนแรง (Severe Headache) ◼️ อาการปวดหัวแบบรุนแรงที่สุดในชีวิตแบบฉับพลัน (Thunderclap headache) อาจเป็นสัญญาณของหลอดเลือดสมองโป่งพองแตก เลือดออกในสมอง หรือภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต ◼️ ข้อแนะนำ: ให้สังเกตอาการร่วม เช่น ตาพร่ามัว แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือสับสน หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบพบแพทย์ด่วน ⚠️ เตือน: หากทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น หรือปวดจนตื่นขึ้นมากลางดึก ไม่ควรทนปวดและปล่อยผ่านเด็ดขาด ???? ปวดหลัง (Back Pain) ◼️ หากปวดหลังช่วงเอวร้าวลงขา อาจเกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แต่หากปวดบั้นเอวร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น หรือปัสสาวะแสบขัดขุ่น อาจะเป็นสัญญาณของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ กรวยไตอักเสบ หรือนิ่วในไต ◼️ ข้อแนะนำ: ควรปรับเปลี่ยนอิริยาบถในการทำงาน ไม่นั่งจมอยู่กับที่นานเกินไป และหลีกเลี่ยงการยกของหนักผิดท่า ⚠️ เตือน: หากมีอาการปวดหลังร่วมกับสูญเสียการควบคุมการขับถ่าย (กลั้นปัสสาวะ/อุจจาระไม่อยู่) หรือชาบริเวณรอบทวารหนัก ควรรีบพบแพทย์ทันที ???? ปวดท้องแหลมหรือตะคริว (Sharp Abdominal Pain) ◼️ ตำแหน่งที่ปวดบอกโรคได้ เช่น ปวดขวาล่างอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบ ปวดขวาบนร้าวไปหลังอาจเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ปวดตรงกลางลิ้นปี่ร้าวไปหลังอาจเป็นตับอ่อนอักเสบ ◼️ ข้อแนะนำ: จดจำตำแหน่ง ลักษณะการปวด (ปวดบีบ ปวดแทง ปวดตื้อ) และเวลาที่เริ่มปวด เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น ⚠️ เตือน: หากปวดท้องรุนแรง ห้ามซื้อยาแก้ปวดทานเองเด็ดขาด เพราะยาจะไปบดบังอาการที่แท้จริง ทำให้แพทย์วินิจฉัยโรคผิดพลาดและล่าช้าได้ ???? ปวดแสบร้อนขาหรือเท้า (Burning Pain in Legs/Feet) ◼️ อาการชา แสบร้อน เหมือนมีเข็มทิ่ม มักเป็นสัญญาณของปลายประสาทอักเสบ ซึ่งพบบ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี หรือผู้ที่มีภาวะขาดวิตามินบี 1, 6, 12 ◼️ ข้อแนะนำ: ผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจเช็กเท้าของตนเองเป็นประจำทุกวัน เพื่อหารอยแผลหรือความผิดปกติ และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเคร่งครัด ⚠️ เตือน: หากปล่อยทิ้งไว้จนชาไม่รู้สึก อาจทำให้เกิดแผลโดยไม่รู้ตัว และติดเชื้อลุกลามจนถึงขั้นต้องตัดอวัยวะทิ้ง ???? ปวดไหล่ฉับพลัน (Sudden Shoulder Pain) ◼️ บางครั้งอาการปวดไหล่อาจไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อหรือกระดูกข้อต่อ แต่อาจเป็น "อาการปวดร้าว" (Referred pain) ที่สะท้อนมาจากอวัยวะภายในที่กำลังมีปัญหา เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ถุงน้ำดีอักเสบ หรือความผิดปกติของปอดและกะบังลม ◼️ ข้อแนะนำ: สังเกตว่าปวดไหล่สัมพันธ์กับการขยับแขนหรือไม่ หากอยู่นิ่งๆ ก็ปวด หรือปวดร่วมกับอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก ให้รีบพบแพทย์ ???? คอแข็ง + ไข้ (Stiff Neck + Fever) ◼️ อาการคอแข็งในที่นี้คือ ก้มคอแตะหน้าอกไม่ได้เพราะปวดตึงมาก ร่วมกับมีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน สับสน ซึ่งเป็นสัญญาณคลาสสิกของ "โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ" (Meningitis) ◼️ ข้อแนะนำ: นี่คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ หากพบผู้ที่มีอาการเหล่านี้ ไม่ควรรอดูอาการ ให้พาไปห้องฉุกเฉินทันที เพราะการได้รับยาฆ่าเชื้อเร็วที่สุดคือทางรอด ⚠️ เตือน: โรคนี้สามารถทำให้เกิดความพิการทางสมองถาวรหรือเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ???? ปวดหู / มีไข้ / มีของเหลว (Earache / Fever / Discharge) ◼️ มักเกิดจากหูชั้นกลางหรือหูชั้นนอกอักเสบ หากมีน้ำ หนอง หรือเลือดไหลออกมาจากรูหู แสดงว่าเยื่อแก้วหูอาจทะลุ หากปล่อยไว้การติดเชื้อสามารถลุกลามไปยังกระดูกมาสตอยด์ (หลังหู) ลามไปกราม คอ หรือแม้แต่ลามเข้าสมองได้ ◼️ ข้อแนะนำ: หลีกเลี่ยงการใช้คอตตอนบัดหรือไม้แคะหูปั่นหูลึกๆ เพราะอาจดันขี้หูเข้าไปอุดตัน ทำให้ติดเชื้อ หรือทำให้แก้วหูทะลุได้ ⚠️ เตือน: ห้ามเอาน้ำ ยาหยอดหู หรือสมุนไพรใดๆ หยอดเข้าไปเองโดยที่แพทย์ยังไม่ได้ตรวจ เพราะหากแก้วหูทะลุ สิ่งเหล่านั้นอาจเข้าไปทำลายประสาทหูชั้นใน ทำให้หูหนวกถาวรได้ หมายเหตุ : ข้อมูลข้างต้นเป็นการให้ความรู้เบื้องต้นเพื่อการสังเกตอาการของตนเองและคนรอบข้าง ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากคุณมีอาการปวดที่ผิดปกติ รุนแรง เรื้อรัง หรือมีความกังวลใจ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างถูกต้อง